แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ways of life แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ways of life แสดงบทความทั้งหมด

ผมและเธอบนเส้นทางขนาน‏

0 comments
ผมและเธอบนทา
เส้นขนาน

ผมบอกว่าความรักก็เหมือนกับเส้นด้ายบาง ๆ หากขาดไปแล้ว ผูกอย่างไรก็มีปม
เธอบอกว่าความรักเหนียวแน่นคงทนกว่านั้น มันเปรียบเสมือนผืนผ้ามากกว่า
แม้เส้นด้ายจะขาดไปสักเส้น ผ้าก็ยังเป็นผ้าได้อยู่

ผมไม่พกมือถือ ด้วยเหตุผลว่า
พระนเรศวรทรงกู้เอกราชได้โดยไม่ต้องใช้เครือข่าย GSM
เธอพกมือถือ 2 เครื่อง ด้วยเหตุผลว่า
ที่ไทยเสียเอกราชไปเพราะไม่มีเครือข่าย GSMใช้

ผมใส่กางเกงตัวละ 129 บาท ด้วยเหตุผลว่า
จะยี่ห้ออะไรก็ปิดไอ้นั่นได้มิดเหมือนกัน
เธอใส่กระโปรงราคาตัวละหลายพันบาท ด้วยเหตุผลว่า มันปลอดภัย
ถ้าเกิดไฟไหม้กระโปรงที่เธอใส่ เนื้อผ้าจะไม่ละลายติดเนื้อผิวของเธอ

ผมไม่รู้หรอกว่าคุณค่าทางอาหารระหว่างพิซซ่ากับขนมครก อะไรจะมากกว่ากัน
แต่ผมว่าขนมครก อ! ร่อย และถูกกว่าเป็นไหน ๆ
เธอไม่รู้หรอกว่าคุณค่าทางอาหารระหว่างพิซซ่ากับขนมครก อะไรจะมากกว่ากัน
แต่เธอชอบกินพิซซ่า ด้วยเหตุผลที่ว่า ขนมครกบางร้านเท่านั้นที่อร่อย
แต่พิซซ่าฮัท ทุกร้านมีมาตรฐานเดียวกัน

ผมใช้ปากกาด้ามละ 5 บาท ด้วยเหตุผลที่ว่า ยังไงมันก็เขียนได้
และมันมักจะหายไป ทุกครั้งก่อนที่ไส้จะหมด
เธอใช้ปากกา ยี่ห้อ cross ด้วยเหตุผลที่ว่า
ยังไงมันก็เขียนติดกระดาษไม่ต้องสะบัดก่อนใช้
และไม่เลอะเทอะกระเป๋าเสื้อของเธอ


ผมชอบทำงานอิสระ ทำตามจินตนาการของตัวเอง ไม่ต้องให้ใครบังคับ
ไม่ต้องผูกมัด กับระบบ
บัตรตอกทำงานของเธอไม่เคยขึ้นตัวแดง เธอกลับค่ำทุกวัน
เพราะงานทำให้เธอมีระบบ ระเบียบ และเห็นคุณค่าของชีวิต

ผมรักตัวของผมเองมากกว่าใคร ๆ ด้วยเหตุผลว่า ไม่ว่าเราจะทำดีเพื่อใคร ๆ
มากมายขนาดไหนความสุขทางใจที่เราได้ ก็ได้กับตัวเอง
เธอรักครอบครัวของเธอมากกว่าสิ่งใด ๆ ด้วยเหตุผลว่า ถ้าไม่มีพวกเขา
ก็คงไม่มีเธอเกิดมาให้ป่าวประกาศว่าฉันรักตัวฉันเอง

คลื่นทะเลให้ปรัชญาแก่ผมว่า
หาดทรายจะแปรเปลี่ยนไปทุกครั้งตามคลื่นที่กระทบฝั่ง
แต่แม้จะเปลี่ยนอย่างไร ทรายก็ยังเป็นทราย
และคลื่นก็ยังเป็นคลื่นไม่เปลี่ยน
คลื่นทะเลให้ปรัชญาแก่เธอว่า ไม่ว่าน้ำทะเลจะขึ้นจะลงอย่างไร
คลื่นก็ยังขยันซัดกระทบฝั่ง

ผมบอกว่าถ้าไม่มี 'ความว่าง' แล้ว 'ความมี' ก็ไร้ความหมาย
เพราะความมีต้องวางลงบนความว่าง
เธอบอกว่าถ้าไม่มี 'ความมี' แล้ว 'ความว่าง' จะมีประโยชน์อะไร
มันคงไร้ความหมายเพราะมี
ความมี ความว่างจึงก่อเกิดการเปรียบเทียบ



คนอื่นบอกว่า ผู้หญิงรักผู้ชายจาก 0-100 แต่ผู้ชายรักผู้หญิงจาก 100-0
ผมแย้งว่าผู้หญิงรักผู้ชายแค่
0-1 เหมือนไบนารี่ ทำดีมากมายขนาดไหนก็เป็นเพียงแค่ 1 หากผิดพลั้งไป
จะเหลือเพียง 0
เธอแย้งว่าผู้หญิงรักผู้ชายไม่ใช่ 0-1 และไม่ใช่ 0-100 แต่เป็นจาก100-200
หญิงรักชายได้ 100 และจะมากขึ้นเรื่อย ๆ ตามที่เธอปรารถนา

ผมมองคนที่ความคิด
เธอแย้งว่าความคิดไม่ใช่นิสัย
ผมเหมือนกับแก้วใส ๆ จะเห็นคุณค่าตัวเองก็ต่อเมื่อมีเธอเป็นน้ำมาเติมเต็ม
เธอเหมือนกับน้ำใส ๆ เธอจะอยู่ได้อย่างไรหากไม่มีภาชนะมารองรับ



ผมและเธอเหมือนดั่งเส้นขนาน ที่ไม่มีวันจะมาบรรจบกัน
ผมและเธอเหมือนดั่งเส้นขนาน ถึงแม้จะไม่มีวันบรรจบกัน
แต่เราก็จะตีคู่ไปด้วยกันเสมอ เพราะเธอชอบกินไข่แดง
แต่ผมชอบกินไข่ขาว
เราจึงอยู่ด้วยกันได้ ในไข่ใบสีน้ำเงินแห่งนี้

ความรัก กับ ความผูกพัน
เนื้อความ ความรัก..กับ ความผูกพัน
หน้าตาคล้ายกัน .. เหมือนซ้าย-ขวา
แต่ถ้าเมื่อไหร่ที่ ...
รู้สึกว่า .. คิดถึง .. แล้วมาหา คือ .... รัก
รู้สึกว่า .. เคยมาหา .. เลยมาหา คือ .. ผูกพัน
รู้สึกว่า .. หิว ... แต่อยากรอ คือ .. รัก
รู้สึกว่า .. อิ่มแล้ว .. อยากเอามาฝาก คือ .. ผูกพัน
รู้สึกว่า .. อยากให้เวลากันและกัน คือ ..... รัก
รู้สึกว่า .. อยากใช้เวลาด้วยกัน คือ .. ผูกพัน
รู้สึกว่า .. หงุดหงิดคือทำให้อีกคนไม่สบายใจ คือ .. รัก
รู้สึกว่า .. โกรธคือทำให้อีกคนสำนึกบ้าง คือ .. ผูกพัน
รู้สึกว่า .... ไม่มีนาทีไหนไม่คิดถึง คือ .. รัก
รู้สึกว่า .. นาทีไหนที่ว่างจะคิดถึง คือ .... ผูกพัน
ขอบคุณเหลือเกิน .... ความผูกพัน .. ที่ทำให้รัก
ขอบคุณเหลือเกิน .. รักที่เป็นมากกว่า .. ความผูกพัน

-----------------------------------------------------------

... เคยไหมรักใครคนหนึ่ง ด้วยความรู้สึกว่า ....
เคยผูกพันเหมือนเคยรักกัน แล้วพลัดพราก
ต้องมาตามหากันเป็นแรมปี
ถ้าเคยรู้สึกอย่างนี้
ยามที่มองแววตาใครคนนั้น
แล้วรู้สึกอยากอยู่ข้าง ๆ
เพื่อคอยกางแขนปกป้องและดูแลไปตลอดชีวิต
ความรู้สึกนั้น .. เรียกว่า รักและผูกพัน
ความรู้สึกที่ .. มิอาจพรากจากกัน ได้อีก
แม้เพียงหนึ่งเสี้ยววินาที

ต้นแอปเปิ้ล กับ เด็กน้อย‏

0 comments

เด็กน้อยกับต้นแอปเปิ้ล (เอามาจากเมล์)ใช้ความคิดในการอ่าน

ต้นแอปเปิ้ล กับ เด็กน้อย

นานมาแล้ว มีต้นแอปเปิ้ลใหญ่อยู่ต้นนึง       


และก็มีเด็กผู้ชายตัวเล็กๆ คนนึง
ชอบเข้ามาอยู่ใกล้ๆและเล่นรอบๆต้นไม้นี้ทุกๆวัน

 เขาปีนขึ้นไปบนยอดของต้นไม้ และก็กินผลแอปเปิ้ล


 

และก็นอนหลับไปภายใต้ร่มเงาของต้นแอปเปิ้ล
เขารักต้นไม้ และต้นไม้ก็รักเขา

เวลาผ่านไป เด็กน้อยโตขึ้น และเขาไม่มาวิ่งเล่นรอบๆต้นไม้ทุกวันอีกแล้ว


วันหนึ่ง เด็กน้อย กลับมาหาต้นไม้ เด็กน้อยดูเศร้า


"มาหาฉัน และมาเล่นกับฉันเหรอ" ต้นไม้ถาม


"ฉันไม่ใช่เด็กเล็กๆแล้วนะ ฉันไม่อยากเล่นรอบๆต้นไม้อีกแล้ว

 ฉันต้องการของเล่น ฉันอยากได้เงินไปซื้อของเล่น" เด็กน้อยตอบ

"ฉันไม่มีเงินจะให้ ....เก็บลูกแอปเปิ้ลของฉันไปขายสิ
เพื่อเอาเงินไปซื้อของเล่น " ต้นไม้ตอบ

 

เด็กน้อยตื่นเต้นมาก เขาเก็บลูกแอปเปิ้ลไปหมด และจากไปอย่างมีความสุข

หลังจากเขาเก็บแอปเปิลไปหมดแล้ว เขาไม่กลับมาหาต้นไม้อีกเลย


ต้นไม้ดูเศร้า......


วันหนึ่ง เด็กน้อยกลับมา  เขาดูโตขึ้น
ต้นไม้รู้สึกตื่นเต้นมาก

"มาหาฉัน และมาเล่นกับฉันเหรอ" ต้นไม้ถาม

"ฉันไม่มีเวลามาเล่นหรอก ฉันมีครอบครัวแล้ว

ฉันต้องทำงานเพื่อครอบครัวของฉันเอง
เราต้องการบ้าน ช่วยฉันได้ไหม"



 "ฉันไม่มีบ้านจะให้ แต่... ตัดกิ่งก้านของฉันไปสิ ....เอาไปสร้างบ้าน"  


ดังนั้นเด็กน้อยตัดกิ่งก้านทั้งหมดของต้นไม้ไป และจากไปอย่างมีความสุข

อีกครั้งที่ต้นไม้ถูกทิ้งให้เดียวดาย และเศร้า....


วันหนึ่งในฤดูร้อน เด็กน้อยกลับมา ต้นไม้ดีใจมาก


"มาหาฉัน และมาเล่นกับฉันเหรอ" ต้นไม้ถาม


"เปล่า ฉันรู้สึกผิดหวังกับชีวิต และเริ่มแก่ขึ้น
ฉันอยากแล่นเรือไปพักผ่อนไกลๆ ให้เรือฉันได้ไหม"


"ใช้ลำต้นของฉันได้ เอาไปสร้างเรือ เพื่อเธอจะได้เล่นเรือไปและมีความสุข"
ต้นไม้ตอบ


ดังนั้น เด็กน้อยตัดลำต้นของต้นไม้ไปสร้างเรือ
เขาล่องเรือไป และไม่เคยกลับมาอีกเลย


หลายปีผ่านไป ในที่สุดเด็กน้อยกลับมา
คราวนี้เขาดูแก่ลงไปมาก


                                        "ฉันเสียใจ ฉันไม่เหลืออะไรจะให้อีกแล้ว
                                        ไม่มีผลแอปเปิ้ลให้ ....
ฉันไม่มีลำต้นให้ปีนอีกแล้ว"



"ฉันไม่มีฟันจะกินแล้ว

ฉันปีนไม่ไหว และฉันก็แก่แล้ว" เด็กน้อยตอบ



"ฉันไม่มีอะไรเหลือให้อีกแล้ว สิ่งเดียวที่เหลือ มีเพียงรากที่กำลังจะตาย"


"ตอนนี้ฉันไม่ต้องการอะไรอีกแล้ว แค่อยากได้ที่พักพิง ฉันเหนื่อยมาหลายปีแล้ว"

"รากของต้นไม้แก่ๆ จะเป็นที่พักพิงของหนูได้
...... มาสิ นั่งลงข้างๆฉัน ...หลับให้สบาย....."


เด็กน้อยนั่งลงข้างๆ ต้นไม้ดีใจ ยิ้ม...และน้ำตาไหล........


นี่เป็นเรื่องสำหรับทุกๆคน  ต้นไม้ในเรื่องคือพ่อแม่
เมื่อเราเป็นเด็กตัวเล็กๆ  เรารักที่จะเล่นกับพ่อกับแม่...
เมื่อเราโตขึ้น  เราทอดทิ้งพ่อ และแม่  และกลับมาหาท่าน
เมื่อเราต้องการบางสิ่งบางอย่าง หรือเมื่อเรามีปัญหา

ไม่ว่าอย่างไร...พ่อ และแม่ของเราก็จะอยู่และให้ทุกสิ่งอย่างที่ท่านทำได้
หวังเพียงเรามีความสุข
 
คุณอาจจะคิดว่า "เด็กน้อย" ในเรื่องโหดร้าย
แต่นั่นคือความจริงที่สะท้อนให้เห็นว่าพวกเราทำกับผู้มีพระคุณอย่างไร?

วิธีเลือกผู้หญิงแต่งงานของผู้ชาย!!!!‏

0 comments

วิธีเลือกผู้หญิงแต่งงานของผู้ชาย!

 

ผู้ชายคนนึงอยากแต่งงาน  
    แต่ไม่รู้จะเลือกใครดีระหว่างผู้หญิง 3 คน

 เขาเลยให้ของขวัญทั้ง 3 คนเป็นเงินสดคนละ 5,000 เหรียญ

 แล้วดูว่าแต่ละคนจะทำอะไรกับเงินที่ให้ไป

 คนแรก   เอาไปใช้เรื่องแต่งตัวหมดเลย

 เธอเข้าร้านเสริมสวยทำผมใหม่

 แต่งหน้าใหม่ ซื้อชุดสวยๆ ใหม่ใส่

 เธอบอกเขาว่าที่ท ำไปทั้งหมด ก็เพื่ออยากสวยสำหรับเขา

 เพราะเธอรักเขามาก

 เขาประทับใจเธอมาก

 
 คนที่สอง  ไปซื้อของใช้ผู้ชายให้เขา

 เธอซื้อไม้กอล์ฟใหม่ อุปกรณ์คอมพิวเตอร์

 และเสื้อผ้าแพงๆ ให้เขา

 ตอนเธอให้ของขวัญเขา

 เธอบอกว่าเธอใช้เงินทั้งหมดเพื่อเขาคนเดียว

 เพราะเธอรักเขา

 เขาก็ประทับใจอีก
 

 คนที่สาม  เอาเงินไปลงทุนในตลาดหุ้น
 
 ได้เงินมาหลายเท่า

 เธอคืนเงิน 5,000 เหรียญแก่เขา

 และลงทุนต่อโดยใช้ชื่อร่วม

 เธอบอกเขาว่าเธออยากเก็บเงินไว้เพื่ออนาคตสำหรับเธอและเขา

 เพราะเธอรักเขามาก

 เขาประทับใจเป็นที่สุด
 
 

    ชายหนุ่มคิดอยู่นานเกี่ยวกับวิธีใช้เงินของผู้หญิงแต่ละคน


   และแล้วเขาก็แต่งงานกับคน....
 
 






 
**** ที่นมใหญ่ที่สุด....*****




  ผู้ชายก็เป็นแบบนี้แหละ รู้ไว้ซะ


จาก : Fwd mail

เข้าใจว่า....‏

0 comments
 เข้าใจว่า....


เข้าใจว่าบางอย่างต้องใช้เวลา
แต่เวลาที่ใช้ควรจะมากหรือน้อย......


เข้าใจว่าทุกคนต้องมีความรัก
แต่เข้าใจกันหรือยังว่าความรักและหน้าที่ในความรักนั้นคืออะไร......


เย้าใจว่าบางเรื่องมันเป็นอดีตที่ควรนึกถึง
แต่บางเรื่องที่นึกถึงควรจดจำหรือคร่ำครวญ.......


เข้าใจว่าชีวิตหนึ่งต้องมีความเศร้าเข้ามาแวะเวียน
แต่เราจะยอมให้ความเศร้านั้นทำร้ายหรือสอนเรา.....


เข้าใจว่าชีวิตก็ต้องมีความสุขเหรือนกัน
แต่จะให้ความสุขนั้นหลอกลวงเราหรือสร้างสิ่งดีๆในใจ.....


เข้าใจว่าเราควรให้กำลังใจคนอื่นบ้าง
แต่การให้กำลังใจบางครั้งควรมีจุดพอดีหรือไม่......


เข้าใจว่าคนเราควรได้รับกำลังใจ
แต่กำลังใจส่วนใหญ่ที่มีควรมาจากการได้รับหรือการสร้างเอง.....



อยากให้ใครบางคนได้ตอบคำถามเหล่านี้ดู
เผื่อสิ่งที่เป็นอยู่อาจดีขึ้น
เพราะเวลา และทุกสิ่งเหมือนสายน้ำที่ไม่ไหลคืน
เราจึงทำได้แต่เพียงว่ามองสายน้ำนั้นไหลผ่านไปโดยดี

คำตอบของ...หัวใจ‏

0 comments
เป็นเรื่องดีที่สุดที่จะรอคนที่คุณต้องการ
ดีกว่าตัดสินใจไปกับใครสักคนที่ว่างอยู่

เป็นเรื่องดีที่สุดที่จะรอคนที่คุณรัก
ดีกว่าตัดสินใจไปกับใครสักคนที่อยู่แถวนั้น

เป็นเรื่องดีที่สุดที่จะรอคนที่คุณคิดว่าใช่เลย
เพราะชีวิตช่างแสนสั้น สำหรับเวลาที่สิ้นเปลืองไป
. . .กับคนที่ไม่ใช่เลย

คงจะดีถ้าได้เจอคนที่เขาจะรักคุณจริงในภายหลัง
เพราะมันย่อมดีกว่า การได้เจอคนที่เขาสัญญาว่าจะรักคุณ
. . .แต่ไม่ช้าเขาก็ไป

อย่าพยายามแสร้งทำให้คนอื่นประทับใจ
เพื่อที่เขาหรือเธอจะได้มาหลงรักคุณ
เพราะถ้าทำแบบนั้น คุณจะถูกตั้งความหวังไว้ว่า
. . .มันจะต้องเป็นแบบนั้นตลอดไป

โชคชะตา. . .บอกถึง คนที่จะผ่านเข้ามาในชีวิตเรา
แต่หัวใจ. . .บอกถึง คนที่จะอยู่กับเรา ตลอดไป

Source: Fwd mail

ในตอนจบวัน (ต้องอ่าน)‏

0 comments
ผมมีประสบการณ์หาแพทย์ที่เพิ่งจบใหม่หลายครั้ง
พบว่าบางทีค่ารักษากับหมอใหม่แพงกว่าหมอที่มีประสบการณ์ยาวนาน
ทั้งที่ขัดกับหลักตรรกที่ว่า หมอที่ทำงานยาวนานน่าจะคิดค่ารักษาแพงกว่า
เหตุผลก็เพราะว่า หมอจบใหม่บางคนเกิดอาการเกร็ง
อาจเกิดความกลัววูบขึ้นมาว่า "จะเกิดอะไรขึ้นหากวินิจฉัยโรคพลาด?"

เมื่อเกร็งก็เกิดความไม่แน่ใจ เพื่อความปลอดภัยต่ออาชีพของตนก็สั่งให้มี
การทดสอบในห้องแล็บเพิ่มอีกหลายรายการ
ยกตัวอย่างเช่นเมื่อคนไข้ท้องเสียก็สั่งตรวจดูว่าเกิดจากเชื้อโรคชนิดใด
ทั้งที่คนไข้บอกว่าไม่ได้กินอาหารสกปรกอย่างแน่นอน
ผลตรวจที่ออกมาสรุปว่าท้องเสียไม่ได้เกิดจากเชื้อโรค หากจากความเครียด
เมื่อรวมค่าตัวของหมอใหม่ (ซึ่งไม่สูงนัก) กับค่าตรวจในแล็บและอื่นๆ รวมๆ แล้ว
ก็มากกว่าที่คนไข้ควรจ่ายเมื่อรักษากับหมอที่มีประสบการณ์กว่า

ครั้งหนึ่งผมเกิดอาการปวดหัวตึบๆ หมอใหม่ก็จัดการส่งผมไปสแกนสมอง
ทั้งที่ผมรู้ว่าไม่เป็นอะไรมาก "เพื่อความชัวร์" หมอว่า
เมื่อเห็นใบเสร็จผมก็เกิดอาการปวดหัวกว่าเดิม

เพื่อนสถาปนิก-ผู้รับเหมาคนหนึ่งบอกผมว่า ในงานทุกชิ้นของเขา จะเจาะจงใช้แต่ช่างชั้นหนึ่งเท่านั้น
ไม่ใช้ 'มือใหม่หัดขับ' เลย ทั้งที่ค่าแรงช่างเก่าแพงกว่า 2-3 เท่า
"ทำไม?" ผมถาม
เขายกตัวอย่างงานปูน ช่างปูนที่เพิ่งทำงานไม่นานค่าแรงต่อวันถูกมาก
แต่เนื่องจากยังอ่อนประสบการณ์ จึงใช้ปูนซิเมนต์เปลืองมาก
ทุกครั้งที่ตักปูนมาก่อกำแพงหรือฉาบ ปูนมักหล่นเรี่ยราด ส่วนที่ตักเกินมาก็ปาดทิ้ง
กว่าจะจบงานหนึ่งชิ้น ต้องเสียปูนไปเกินจำเป็น ขณะที่ช่างที่เชี่ยวชาญใช้ปูนเท่าที่จำเป็นเพราะ
แม่นงานกว่า เมื่อคิดรวมดูแล้ว ใช้ช่างเชี่ยวชาญถูกกว่าและได้งานที่ดีกว่า

ในช่วงชีวิตของเรา ต้องพบกับการตัดสินเลือกของสองอย่างที่เลือกยาก
ส่วนมากมักมีเรื่องเงินทองมาเกี่ยว

คนส่วนมากเมื่อเจอกับการตัดสินใจดังกล่าวมักหนีไม่ค่อยพ้นสัจธรรมของ 'เสียน้อยเสียยาก
เสียมากเสียง่าย'

ยกตัวอย่างเช่นเมื่อไปสมัครงานสองบริษัทและได้งานทั้งสองแห่ง แห่งหนึ่ง
ให้เงินเดือนสูง แต่งานจำเจ อีกแห่งหนึ่งเงินเดือนต่ำกว่ามาก แต่งานท้าทาย

หลายคนเลือกเงินเดือนสูงไว้ก่อน เพราะมันทำให้รู้สึกว่ามีคนเห็นคุณค่าของ
เรามากพอที่ยอมจ่ายมากๆ

ในชีวิตของเรายังมีอีกหลายเรื่องที่เราต้องตัดสินใจเลือกไปทางซ้ายหรือทาง
ขวา และเป็นการเลือกที่ยากเอาการจะเรียนคณะวิชาที่ทำเงินหรือคณะวิชาที่ชอบ?
จะเลือกคณะที่ดูดังหรือเรียนแล้วดูเก่งกว่าคนอื่น
จะเลือกเรียนเพราะตามใจพ่อแม่หรือเลือกเพราะถนัดและรักงานนั้น
จะเลือกงานที่ให้เงินเดือนมากหรือเงินเดือนน้อย?
จะเลือกผู้หญิงที่ความสวยหรือความเก่ง? ฯลฯ

ฝรั่งมีวลีหนึ่งที่ว่า at the end of the day หมายถึง การวัดผลในตอนจบวัน
เป็นการใช้ชีวิตโดยการมองภาพรวม

จะลงทุนมากหรือน้อย จะทำงานใหญ่หรือเล็ก ไม่สำคัญเท่ากับว่า ในตอนจบวัน
คุณเหลือเงินในกระเป๋าสตางค์เท่าไร ชีวิตคุณว่างเปล่าไหม
อันที่จริงอาจไม่มีใครรักคุณจริง
หรือไม่มีเพื่อนแท้ๆ ให้เชื่อใจจริงๆและรักเราจริงสักคน
คุณอาจอยู่สูงแต่ไม่ได้หมายความว่าคุณจะดีเลิศกว่าคนอื่น
จำไว้ว่าพระเจ้าเค้าไม่ได้ให้อะไรเรามาหมดทุกอย่างหรอก

แม่ค้าขายขนมครกที่ทำงานไปเรื่อยๆ ตลอดวันเมื่อหักค่าใช้จ่ายแล้ว อาจจะมี
เงินในกระเป๋ามากกว่าเจ้าของร้านอาหารติดแอร์ฯ ที่ถึงแม้รายได้ต่อวันจะสูงกว่า
มาก แต่ค่าโสหุ้ยก็สูงเช่นกัน

บางทีเมื่อวัดกันที่ 'ในตอนจบวัน' อาจทำให้เราตัดสินใจหลายๆ เรื่องได้ง่ายขึ้น

ในตอนจบวัน แฟนคุณช่วยคุณสร้างเงินหรือถลุงเงิน?
ในตอนจบวัน คุณเก่งกว่าเดิมหรือเปล่า?
ในตอนจบวัน คุณมีความสุขมากกว่าความทุกข์หรือไม่?
และในตอนจบวัน คุณรู้สึกว่าชีวิตในวันนั้นสูญเปล่าหรือไม่?

โดย วินทร์ เลียววาริณ

Do not..............

0 comments
Do not..............

Don't wait for a smile, to be nice.
อย่ารอคอยให้ได้รับรอยยิ้ม แล้วจึงทำดี

Don't wait to be loved, to love.
อย่ารอคอยให้มีคนรัก แล้วจึงมอบความรักให้ผู้อื่น

Don't wait to be lonely, to recognize the value of a friend.
อย่ารอคอยจนกลายเป็นคนโดดเดี่ยว แล้วจึงเห็นคุณค่าของเพื่อน

Don't wait for the best job, to begin to work.
อย่ารอคอยให้ได้งานที่ดีที่สุด แล้วจึงเริ่มทำงาน

Don't wait to have a lot, to share a bit.
อย่ารอคอยให้มีมากๆ แล้วจึงเริ่มแบ่งปันเพียงน้อยนิด

Don't wait for the fall, to remember the advice.
อย่ารอคอยจนพบความล้มเหลว แล้วจึงจดจำคำแนะนำของผู้อื่น

Don't wait for pair, to believe in prayer.
อย่ารอคอยจนพบเนื้อคู่ แล้วจึงเชื่อในคำอธิษฐาน

Don't wait to have time, to be able to serve.
อย่ารอคอยให้มีเวลา แล้วจึงทำประโยชน์

Don't wait for anybody else pain, to ask for apologies.... neither seperation to make it up.
อย่ารอคอยให้คนอื่นเจ็บปวดเสียก่อนแล้วจึงขอโทษหรือต้องเลิกคบกันก่อน แล้วจึงหวนมาคืนดี

Don't wait.......Because you don't know how long it will takes.
อย่ารอคอย.... เพราะคุณไม่รู้ว่ามันจะต้องใช้เวลานานเท่าใด

ใช้ใจมอง "เพื่อน"

0 comments
ใช้ใจมอง "เพื่อน"

คุณเชื่อในพรหมลิขิตมั้ย ?
ถ้าไม่.. แล้วอะไรล่ะ
ที่ทำให้เรามาพบกับคนหลายคนที่ไม่เคยรู้จักมาก่อน

ถ้าไม่ แล้วอะไรล่ะ
ที่ทำให้เราถูกชะตาจนเรียกคนๆนั้นว่า " เพื่อน "

....... เพื่อน...……………….
คนๆนึงที่ครั้งนึงก็เป็นได้แค่ คนแปลกหน้าคนหนึ่ง
เวลา ผ่าน เวลา คนแปลกหน้าคนนั้นก็กลับกลาย
มาเป็นคนที่เรา "ไว้ใจ "

....... เพื่อน …………………
คนที่พร้อมอยู่กับเราเสมอๆ ไม่ว่า สุข ทุกข์ เหงา เศร้า

…….. เพื่อน ..........................
คนที่พร้อมแชร์ความรู้สึกต่างๆ โดยไม่เคยเอ่ยปากว่า
" ถ้าทำอย่างนั้นแล้วฉันจะได้อะไร "


....…... เพื่อน ……......
คนที่ไม่เคยสนใจว่าเราจะหน้าตาดี มีสกุล
ร่ำรวย ยากจน สูง ต่ำ ดำ ขาว หรือไม่


........ เพื่อน.....
คนที่ไม่เคยเสแสร้ง แกล้งทำ

...... แต่...... เพื่อนตาย หายากเหลือเกิน


เรามองด้วยตาเปล่าไม่ได้ ว่า คนๆนี้เป็น เพื่อนตายของเราหรือไม่

เรามองด้วยตาเปล่าไม่ได้ว่าคนๆนี้
เป็นคนที่พร้อมจะเคียงข้างเราเสมอไปมั๊ย

เรามองด้วยตาเปล่าไม่ได้ว่า
คนๆนี้จริงใจกับเราแค่ไหน

ทั้งหมดนี้ เราใช้ " ตา " มองไม่เห็น
...แต่...ทั้งหมดนี้เราใช้ " ใจ " มองเห็นได้

เมื่อบทความ ล่วงเลยมาถึงตอนนี้ คุณล่ะ ?
ใช้ตามองเพื่อน หรือ ใช้ใจมองเพื่อน

เราบอกไม่ได้ว่าคนๆไหนดี ไม่ดี
จนกว่า...เราจะมีโอกาส รู้จักกับคนนั้น แล้วใช้ ใจ ของเราสัมผัส

การคบใครสักคน คบเพียงกายก็ไร้ประโยชน์
แต่การคบใครสักคน จำเป็นต้องคบกันด้วยใจ

วันนี้..... คุณ ใช้อะไร คบเพื่อนของคุณ
อย่าบอกนะว่า คุณก็เป็นคนที่คบเพื่อนแค่ตา......
เพราะถ้าเป็นอย่างนั้น
คุณก็คงเป็นคนที่ไม่น่าคบคนหนึ่ง

แบบทดสอบ: รู้ตัว ... รู้ใจ

0 comments

1. ถ้าแม่ใช้ให้ไปซื้อของ คิดว่าแม่ใช้ให้ไปซื้ออะไร
A นม
B ขนมปัง
C เค้ก
D หนังสือพืมพ์

2. ถ้าคุณวิ่งหนีหมาตัวหนึ่ง เหตุผลคือ
A. กลัวมันน่ะสิ...ถามได้
B. กลัวว่าน้องหมาจะแย่งของกินที่ถือมา
C. เล่นกับมัน "เก่งจริงวิ่งตามมาสิ"

3. ถ้าวิ่งหนีหมาตัวนั้นจนมาเจอกำแพงสูง จะทำยังไง
A. ลอดช่องเล็กๆ ที่กำแพงออกไป
B. ปีนบันไดข้ามไปสิ
C. มองหาประตูก่อนเลย

4. มองไกลไปหลังแนวป่า คุณคิดว่าจะเป็นปราสาทแบบไหน
A. ปราสาทสวยเหมือนออกจากหนังสือดีไซน์
B. ปราสาทหินโบราณ
C. ปราสาทที่ส่องระยิบระยับ

5. คุณเข้าป่าเดินทางไปที่ปราสาทหลังนั้น คุณคิดว่าที่ป่านั้นจะเจอกับสัตว์อะไร
A กระรอก
B กวาง
C หมี
D เสือ

6. ถึงหน้าประตูประสาท ข้อความบนป้ายคุณคิดว่าเขียนไว้ว่ายังไง
A. เข้าได้เฉพาะผู้หญิง
B. ค่าผ่านประตู 30 บาท
C. ห้ามเข้า!
D. ยินดีต้อนรับ

7. ในปราสาทมืดมากกกกก แต่จู่ๆ มีกลิ่นหนึ่งโชยมา คุณคิดว่าจะเป็นกลิ่นแบบไหน
A. กลิ่นหอมน่ากินของพายแอ๊ปเปิล
B. กลิ่นกายของใครสักคน
C. กลิ่นน้ำหอม

เฉลย
1. คุณเป็นคนแบบไหน
A เป็นคนเงียบๆ ชอบอยู่คนเดียว มีอะไรก็มักจะเก็บไว้ในใจ อ่อนไหว และช่างฝัน
B เป็นสาวสังคม ชอบทำงาน มีความมั่นใจ ไม่ว่าเรื่องอะไรก็ดูท้าทายไปหมด
C เป็นคนสดใส ร่าเริง นำแฟชั่น อยู่ที่ไหนเป็นต้องเด่น ไม่เด่นเมื่อไหร่ กลุ้มใจเมื่อนั้น
D เป็นคนรักครอบครัวมากกก ระหว่างไปเที่ยวกับเพื่นกับอยู่กับครอบครัว คุณเลือกอยู่กับครอบครัวชัวร์ๆเลย คุณปลื้มครอบครัวของคุณอย่างกับอะไรดี

2. รูปแบบความรักที่คุณปรารถนา
A คุณปรารถนาความรักที่น่ารัก กุ๊กกิ๊ก หวานใส่กันทุกวัน Happy!!
B รักที่คุณต้องการต้องเคารพนับถือกันได้ ถ้าเขาไม่มีดีให้ทึ่ง คุณก็ไม่รักเขาหรอก
C คุณปรารถนารักแบบเพื่อนที่เปิดอกคุยกันได้ทุกเรื่อง

3. คุณตั้งหน้าตั้งตารอ "รัก" อยู่หรือเปล่า
A คุณกำลังตั้งหน้าตั้งตารอ "รัก" สุดๆ วันหนึ่ง...ถ้ามีความรักกะเขาก็สนุกล่ะ!
B คุณไม่ค่อยแฮปปี้กับเรื่องรักเท่าไหร่นัก เพราะเข็ดขยาดกับรักที่ผ่านมา มีรักใหม่เข้ามาก็ยังหวั่นๆ ไม่กล้าเปิดใจตัวเอง
C คุณเชื่อเรื่องพรหมลิขิต ถึงเวลาความรักก็มาเองล่ะ ไม่ได้ตั้งหน้าตั้งตารอเล้ยยย แต่ละวันไม่เคยคิดเรื่องรักๆ หรอก

4. สิ่งที่คุณอยากได้ตอนนี้
A คุณอยากให้ใครๆ อิจฉาและทึ่งในตัวคุณ คุณอยากจะเก่งและโดดเด่นในสายตาคนอื่น
B คุณอยากให้ทุกคนเห็นความตั้งใจจริงของคุณ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องงานหรือการคบเพื่อน "ใจ" สำคัญสำหรับคุณมาก
C เงินคือสิ่งที่คุณปรารถนา ถ้ามีเงินมากคุณก็จะรู้สึกมั่นใจได้

5. คนที่คุณปรารถนา
A คุณมั่นใจว่าคุณเป็นคนเก่ง ขืนเขาเก่งด้วยทะเลาะกันตายเยย ชอบคนว่านอนสอนง่าย
B คุณปรารถนาคู่รักแบบเพื่อน คุยกันได้ทุกเรื่อง มีสิทธิ์เท่าเทียมกัน ไม่มีใครนำใคร อย่างนี้แหละแจ๋ว!!
C คุณชอบคนที่เข้มแข็ง ปกป้องได้
D คุณชอบคนเก่ง ฉลาด เป็นผู้นำ เพราะคุณขี้อ้อนชอบเป็นผู้ตาม

6. ความพึงพอใจในตัวเอง
A คุณพึงพอใจในตัวเองมากกกก เรียกว่าหลงตัวเองเลยล่ะ ชอบแต่คำชม ห้ามติเด็ดขาด
B คุณจะพอใจในตัวเองก็ต่อเมื่อคุณทำตัวให้มีคุณค่า เช่น ทำงานได้ดี เรียนเก่ง คุณมักจะไม่ชอบตัวเองมากๆ ถ้าทำอะไรผิดพลาด
C คุณไม่พอใจตัวเองเอาซะเลย อย่างนี้ไม่ดีๆ คุณต้องพึงพอใจตัวเองบ้าง ถึงจะมั่นใจและมีความสุขได้
D คุณพอใจตัวเองโดยธรรมชาติ ไม่ต้องเด่น ไม่ต้องเก่ง เป็นอย่างนี้ก็แฮปปี้ดีแล้ว

7. จุดอ่อนของคุณ
A คุณแพ้ลูกอ้อน ลองถ้าแฟนอ้อนคุณว่า "เหงาจัง... อยู่ด้วยกันนะ" รับรองว่าคุณจะปฏิเสธไม่ออก
B คุณแพ้ความโรแมนติก ถ้าเขาจู่โจมเข้ามากอดคุณด้วยท่าทางซาบซึ้ง ต่อให้โกรธแค่ไหนก็ใจอ่อน
C คุณแพ้บรรยากาศ ถ้าเขาสร้างบรรยากาศดีๆ พาคุณไปที่ดีๆ ที่เขาไปทำเจ้าชู้กับใครๆ ลืมหมด! เฮ้อออ

คิดบวก ชีวิตบวก Positive Thinking, Positive Life

0 comments
Positive thinking‏
คิดบวก ชีวิตบวก Positive Thinking, Positive Lifeเรื่อง... ว.วชิรเมธี


เวลาเจองานหนัก ให้บอกตัวเองว่า นี่คือโอกาสในการเตรียมพร้อมสู่ความเป็นมืออาชีพ

เวลาเจอปัญหาซับซ้อน ให้บอกตัวเองว่า นี่คือบทเรียนที่จะสร้างปัญญาได้อย่างวิเศษ

เวลาเจอความทุกข์หนัก ให้บอกตัวเองว่า นี่คือแบบฝึกหัดที่จะช่วยให้เกิดทักษะในการดำเนินชีวิต

เวลาเจอนายจอมละเมียด ให้บอกตัวเองว่า นี่คือการฝึกตนให้เป็นคนสมบูรณ์แบบ (perfectionist)

เวลาเจอคำตำหนิ ให้บอกตัวเองว่า นี่คือการชี้ขุมทรัพย์มหาสมบัติ

เวลาเจอคำนินทา ให้บอกตัวเองว่า นี่คือการสะท้อนว่าเรายังคงเป็นคนที่มีความหมาย

เวลาเจอความผิดหวัง ให้บอกตัวเองว่า นี่คือวิธีที่ธรรมชาติกำลังสร้างภูมิคุ้มกันให้กับชีวิต

เวลาเจอความป่วยไข้ ให้บอกตัวเองว่า นี่คือการเตือนให้เห็นคุณค่าของการรักษาสุขภาพให้ดี

เวลาเจอความพลัดพราก ให้บอกตัวเองว่า นี่คือบทเรียนของการรู้จักหยัดยืนด้วยขาตัวเอง

เวลาเจอลูกหัวดื้อ ให้บอกตัวเองว่า นี่คือโอกาสทองของการพิสูจน์ความเป็นพ่อแม่ที่แท้จริง

เวลาเจอแฟนทิ้ง ให้บอกตัวเองว่า นี่คือความเป็นอนิจจังที่ทุกชีวิตมีโอกาสพานพบ

เวลาเจอคนที่ใช่แต่เขามีคู่แล้ว ให้บอกตัวเองว่า นี่คือประจักษ์พยานว่าไม่มีใครได้ทุกอย่างดั่งใจหวัง

เวลาเจอภาวะหลุดจากอำนาจ ให้บอกตัวเองว่า นี่คือความเป็นอนัตตาของชีวิตและสรรพสิ่ง

เวลาเจอคนกลิ้งกะล่อน ให้บอกตัวเองว่า นี่คืออุทาหรณ์ของชีวิตที่ไม่น่าเจริญรอยตาม

เวลาเจอคนเลว ให้บอกตัวเองว่า นี่คือตัวอย่างของชีวิตที่ไม่พึงประสงค์

เวลาเจออุบัติเหตุ ให้บอกตัวเองว่า นี่คือคำเตือนว่าจงอย่าประมาทซ้ำอีกเป็นอันขาด

เวลาเจอศัตรูคอยกลั่นแกล้ง ให้บอกตัวเองว่า นี่คือบททดสอบที่ว่า "มารไม่มีบารมีไม่เกิด"

เวลาเจอวิกฤต ให้บอกตัวเองว่า นี่คือบทพิสูจน์สัจธรรม "ในวิกฤตย่อมมีโอกาส"

เวลาเจอความจน ให้บอกตัวเองว่า นี่คือวิธีที่ธรรมชาติเปิดโอกาสให้เราได้ต่อสู้ชีวิต

เวลาเจอความตาย ให้บอกตัวเองว่า นี่คือฉากสุดท้ายที่จะทำให้ชีวิตมีความสมบูรณ์

ความหมายของการจูบและการกระทำต่างๆที่มาจากหัวใจ

0 comments
จูบที่ มือ หมายถึง มิตรภาพ
จูบที่ จมูก หมายถึง คุณน่ารักมาก
จูบที่ แก้ม หมายถึง ฉันต้องการเธอ
จูบที่ คอ หมายถึง เธอต้องเป็นของฉัน (คืนนี้เสร็จแน่)
จูบที่ ริมฝีปาก หมายถึง ฉันรักเธอ
จูบที่ เปลือกตา หมายถึง ฉันกำลังหลงรักเธอ
เอาแหวนของคุณไปใส่ หมายถึง เธอต้องเป็นของฉันคนเดียว ตลอดไป
ให้ของขวัญคุณเป็นประจำ หมายถึง เค้าเอาใจใส่ และคิดถึงคุณตลอดเวลา
จับมือ หมายถึง ฉันชอบเธอ
มองเข้าไปในตาของคุณ หมายถึง เธอรักฉันหรือเปล่า
บีบนิ้วของคุณ หมายถึง ฉันอยากจะจูบเธอ
ลูบไล้เบา ๆ ที่หัวไหล่ หมายถึง อยากจะเอาใจเธอ
กัดริมฝีปาก หมายถึง ฉันหึงนะ
ขยิบตาให้ หมายถึง ขอฉันไปกับเธอนะ
เล่นผมของคุณ หมายถึง ฉันชื่นชมเธอ
เหยียบเท้าคุณ หมายถึง ฉันเกลียดเธอ

พูดว่า "คิดถึงคุณ" หมายถึง ฉันใส่ใจเธอเสมอ

พูดว่า "คืนนี้ จะฝันถึงคุณ" หมายถึง คุณเป็นคนพิเศษ
พูดว่า "อยากจะอยู่กับคุณตลอดเวลา" หมายถึง คิดถึงคุณทุกลมหายใจ
แอบหอมคุณ หมายถึง เค้าคนนั้นเป็นคนที่สวีทสุดๆ

ซึ่งอ่ะน่ะ‏

0 comments
การที่เราจะคบหาหรือรู้จักใครสักคน ไม่ว่าจะในฐานะอะไรก็ตาม
สิ่งหนึ่งที่ควรท่อง ควรจำไว้อยู่เสมอก็คือ
" คน " เป็นสิ่งมีชีวิต ที่มีทั้งด้านบวก และด้านลบ อยู่ในนั้น

อย่าตั้งใจกับคน 1 คนมากเกินไป
เพราะไม่มีใครอยากเป็นต้นเหตุของความล้มเหลว

อย่าคาดหวังกับ คน 1 คนมากเกินไป
เพราะไม่มีใครสามารถเป็นทุกอย่าง ที่ทุกคนอยากให้เป็น

อย่าให้เวลากับคน 1 คนมากเกินไป
เพราะไม่ว่าใครก็อยากมีช่วงเวลาของความเป็นส่วนตัว. . . คนเดียว ....

อย่าพยายามเปลี่ยนแปลงคน 1 คนมากเกินไป
เพราะนั่นจะทำให้เค้าไม่หลงเหลือความเป็นตัวของตัวเอง

อย่าควบคุมชีวิตคน 1 คนมากเกินไป
เพราะมนุษย์มักจะหาวิธีการแทรกตัว เพื่อออกมาจากกฎที่ถูกกำหนด

อย่าบีบบังคับคน 1 คนมากไปกว่านี้
เพราะถ้าคนๆนั้น หลุดจากภาวะบีบบังคับมาได้ คุณจะกลายเป็นคนที่ถูกหันหลังให้ในทันที

เธอ... ลองมองดูฉันดีๆ ฉันมีลมหายใจ
ไม่ใช่ภาพวาด ที่จะสวยงามอยู่ตลอดเวลา
ฉันเองก็เป็น " คน" เป็นสิ่งมีชีวิตที่มี 2 ด้าน... เช่นกัน
...อยากรู้จักใครสักคน ต้องหัดเรียนรู้ ไม่ใช่เปลี่ยนแปลง...



 

ปรัชญาที่ชาวจีนถือว่าเป็นมนตรานำโชคมาสู่ชีวิต

0 comments
ปรัชญาที่ชาวจีนถือว่าเป็นมนตรานำโชคมาสู่ชีวิต
*    จงให้มากกว่าที่ผู้รับต้องการ และทำอย่างหน้าชื่นตาบาน
*    จงพูดกับคนที่ถึงแม้จะอายุน้อยกว่า แต่เขาก็มีความสำคัญเท่ากัน
*    จงอย่าเชื่อทุกอย่างที่ได้ยิน ใช้ทั้งหมดที่มี และนอนเท่าที่อยากจะนอน
*    เมื่อกล่าวคำว่า "ฉันรักเธอ" จงหมายความตามนั้นจริง ๆ
*    เมื่อกล่าวคำว่า "ขอโทษ" จงสบตาเขาด้วย
*    ก่อนจะตัดสินใจแต่งงาน จงหมั้นเสียก่อนอย่างน้อย 6 เดือน
*    จงเชื่อในรักแรกพบ
*    อย่าหัวเราะเยาะความฝันของผู้อื่น คนที่ไม่มีฝันก็เหมือนไม่มีอะไร
*    เมื่อรักจงรักให้ลึกซึ้ง และ ร้อนแรง อาจจะต้องเจ็บปวดแต่นั่นคือหนทางเดียวที่ทำให้ชีวิตถูกเติมเต็ม
*    ในเหตุการณ์ขัดแย้ง โต้อย่างยุติธรรม ไม่มีการตะโกนใส่กัน
*    อย่าตัดสินคนเพียงเพราะญาติๆ ของเขา
*    จงพูดให้ช้า แต่ต้องคิดให้เร็ว
*    ถ้าถูกถามด้วยคำถามที่ไม่อยากตอบ จงยิ้มแล้วถามกลับว่า จะรู้ไปทำไม
*    จงจำไว้ว่า สองสิ่งที่ยิ่งใหญ่ คือความรัก และความสำเร็จ ล้วนต้องมีการเสี่ยง
*    พูดว่า ขอพระคุ้มครอง เมื่อได้ยินใครจาม
*    เมื่อพ่ายแพ้ จงอย่าสูญเสียบทเรียนไปด้วย
*    จงจำ 3 R :- นับถือผู้อื่น-Respect others นับถือตนเอง- Respect yourself รับผิดชอบในสิ่งที่ตัวเองทำ Responsibilities
*    จงอย่าให้ความขัดแย้งเล็กๆ น้อยๆ มาทำลายมิตรภาพที่ยิ่งใหญ่
*    ทันทีที่รู้ตัวว่าทำผิด ลงมือแก้ไขทันที
*    จงยิ้มเวลารับโทรศัพท์ ผู้ฟังจะเห็นได้จากน้ำเสียงของเรา
*    จงหาโอกาสอยู่กับตัวเองบ้าง